กระทู้เมื่อเร็วๆ นี้

หน้า: [1] 2 3 ... 10
1
ซอฮาบะฮ์ตำหนิการแต่งตั้งอุซามะฮ์ของท่านนบีฯ(ศ.)

วันเสาร์  ก่อนที่ท่านนบีมุฮัมมัด(ศ.) จะวะฟาตประมาณสองถึงสามวัน  ท่านนบี(ศ.)ได้แต่งตั้งอุซามะฮ์เป็นแม่ทัพ ให้คุมทัพไปปราบพวกโรมที่เมืองชาม

ทหารภายใต้การนำทัพของอุซามะฮ์มีทั้ง ชาว “มุฮาญิรีนและชาวอันศ็อรระดับอาวุโส” รวมอยู่ด้วยอาทิเช่น ท่านอบูบักร อุมัร ...

ปรากฏว่า ซอฮาบะฮ์ไม่พอใจที่อุซามะฮ์ได้เป็นแม่ทัพ พวกเขาจึงตำหนิอุซามะฮ์ว่าไม่มีความเหมาะสม 
บุคอรี มุหัดดิษวะห์บีรายงานว่า

عَنِ ابْنِ عُمَرَ - رضى الله عنهما – قَالَ :  أَمَّرَ رَسُولُ اللَّهِ - صلى الله عليه وسلم - أُسَامَةَ عَلَى قَوْمٍ ، فَطَعَنُوا فِى إِمَارَتِهِ ، فَقَالَ « إِنْ تَطْعَنُوا فِى إِمَارَتِهِ ، فَقَدْ طَعَنْتُمْ فِى إِمَارَةِ أَبِيهِ مِنْ قَبْلِهِ ، وَايْمُ اللَّهِ لَقَدْ كَانَ خَلِيقًا لِلإِمَارَةِ ، وَإِنْ كَانَ مِنْ أَحَبِّ النَّاسِ إِلَىَّ ، وَإِنَّ هَذَا لَمِنْ أَحَبِّ النَّاسِ إِلَىَّ بَعْدَهُ » . صحيح البخاري  ح : 4250

ท่านอิบนุอุมัรรายงานว่า  :
"ท่านรอซูลุลเลาะฮ์ได้แต่งตั้งอุซามะฮ์เป็นแม่ทัพเหนือกลุ่มชนหนึ่ง  แล้วพวกเขา(เศาะหาบะฮ์)ได้ “ตำหนิ” ในการเป็นแม่ทัพของเขา 
(ท่านนบีได้ออกมาปราศัยว่า) หากพวกเจ้าตำหนิการเป็นแม่ทัพของเขา แน่นอนพวกเจ้าเคยตำหนิการเป็นแม่ทัพของบิดาเขามาแล้วก่อนหน้าเขา ขอสาบานต่ออัลเลาะฮ์ว่า เขาเหมาะสมสำหรับตำแหน่งแม่ทัพนี้ และเขาเป็นที่รักยิ่งสำหรับฉัน และชายคนนี้ (อุสามะฮ์บุตรเซด) เป็นที่รักยิ่งของฉันภายหลังจากเขา (ที่จะนำทัพไปรบ)"
เศาะหี๊หฺบุคอรีย์ หะดีษที่ 4250

อ่านกันชัดๆอีกทีนะ

فَطَعَنُوا فِى إِمَارَتِهِ

พวกเขา(คือซอฮาบะฮ์)ได้ตำหนิในการเป็นแม่ทัพของเขา 
เท่ากับซอฮาบะฮ์ตำหนิท่านนบีมุฮัมมัด(ศ.)เพราะท่านคือผู้แต่งตั้งอุซามะฮ์ ใช่หรือไม่

ชะฮ์ร็อสตานี ยังบันทึกไว้ในหนังสืออัลมิลัลวันนิหัลของเขาว่า ท่านนบีมุฮัมมัด(ศ.)ได้ออกมากำชับซอฮาบะฮ์ว่า จงออกไปกับรวมกับกองทัพและกล่าวว่า

لَعَنَ اللهُ عَلَي مَنْ تَخَلَّفَ عَنْ جَيْشِ أُسَامَة

"ขออัลเลาะฮ์ทรงละนัตผู้ที่ยังไม่ไปเข้าร่วมกับกองทัพอุซามะฮ์"
แต่ ฮาดีษนี้เป็น ฮาดีษดออีฟ ใช้อ้างอิงไม่ได้

เหตุเพราะ ฮาดีษบทนี้ ไม่มีสะนัด

لَعَنَ اللهُ عَلَي مَنْ تَخَلَّفَ عَنْ جَيْشِ أُسَامَة

ตามทัศนะวะห์บีจึงถือว่า ดออีฟ อ้างอิงไม่ได้

คำถาม
ทำไมซอฮาบะฮ์ถึงตำหนิการแต่งตั้งของท่านนบีฯ(ศ.)
ท่านคิดว่า อย่างไรในเรื่องนี้  คือซอฮาบะฮ์ตำหนิท่านนบี(ศ.) หรือบุคอรีใส่ร้ายพวกเขา
2
วิเคราะห์แนวคิดวาฮาบี ตอนที่  10 ตอนอวสาน

นักปราชญ์ซุนนี่ชื่อ อัลลามะฮ์ ซอวีย์ กล่าวว่า พวกวาฮาบีย์ คือ พรรคพวกของชัยตอน

อัลลามะฮ์ อัศศอวี  ในฮาชียะฮ์ของท่าน ในตัฟสีรอัลญะลาลัยน์ กิตาบ ฮาชียะตุลอัลลามะตุศ-ศอวี อะลา ตัฟสีริลญะลาลัยน์ ของท่านเชคอะหมัด บินมุฮัมมัด อัศศอวี อัลมาลีกี มรณะฮ.ศ.1241 คือประมาณ 170 ปี เล่มที่ 5 หน้า 78 ตรงการตัฟสีรพระดำรัสอัลลอฮ์ ตะอาลา :

( إِنَّ الشَّيْطَانَ لَكُمْ عَدُوٌّ فَاتَّخِذُوْهُ عَدُوًّا إِنَّمَا يَدْعُوْ حِزْبَهُ (فاطر الآية 6).

"แท้จริง มารชัยฏอนนั้นเป็นศัตรูกับพวกเจ้า ดังนั้น พวกเจ้าจงถือว่ามันเป็นศัตรู (1) แท้จริง มันเรียกร้องพลพรรคของมัน เพื่อให้พวกมันเป็นสหายแห่งไฟลุกโชติช่วง"   
(ซูเราะฮ์ ฟาฏิร  : 6 )

(1)  มันเป็นศัตรูตัวฉกาจ การเป็นศัตรูของมันมีมาแต่ดึกดำบรรพ์ จะหมดสิ้นไปไม่ได้ ฉะนั้นจงเป็นศัตรูกับมัน เหมือนกับที่มันเป็นศัตรูกับพวกเจ้า และอย่าได้เชื่อฟังมันเป็นอันขาด

http://alquran-thai.com/ShowSurah.asp

يَقُوْلُ : وَقِيْلَ هَذِهِ الْآيَةُ نُزِلَتْ فِي الْخَواَرِج الَّذِيْنَ يُحَرِّفُوْنَ تَأْوِيْلَ الْكِتاَبِ وَالسُّنَّةِ وَيَسْتَحِلُّوْنَ بِذَلِكَ دِمَاءَ الْمُسْلِمِيْنَ وَأَمْوَالَهُمْ

อัลลามะฮ์ศอวี อัลมาลีกี ได้อธิบายว่า  บางคนกล่าวว่า "โองการนี้ถูกประทานลงมาเกี่ยวกับพวกค่อวาริจญ์ พวกเขาคือบรรดาผู้ที่บิดเบือนการตะอ์วีลอัลกิตาบและซุนนะฮ์ และพวกเขาถือว่าการหลั่งเลือดบรรดามุสลิมและทรัพย์สินของพวกเขาเป็นที่ฮะล้าล"

كَماَ هُوَ مُشَاهَدٌ الْآن فِي نَظَائِرِهِمْ وَهُمْ فِرْقَةٌ بِأَرْضِ الْحِجاَزِ يُقاَلُ لَهُمُ الْوَهابِيَّة يَحْسَبُوْنَ أَنَّهُمْ عَلَى شَيْءٍ أَلاَ إِنَّهُمْ هُمُ الْكاَذِبُوْنَ

"ดั่งที่มันเป็นที่ประจักษ์ในปัจจุบันในสายตาของพวกเขา และพวกคนกลุ่มนี้อยู่ที่แผ่นดินฮิญาซ(ซาอุดิอารเบีย) พวกเขามีชื่อเรียกกันว่า "อัลวาฮาบียะฮ์" พวกเขาคิดว่า พวกเขานั้นอยู่บนสิ่งหนึ่ง พึงรู้เถิดว่า แท้จริงพวกเขานั้นคือ พวกคนโกหก"

اسْتَحْوَذَ عَلَيْهِمُ الشَّيْطَانُ فَأَنْسَاهُمْ ذِكْرَ اللَّهِ أُولَئِكَ حِزْبُ الشَّيْطَانِ أَلَا إِنَّ حِزْبَ الشَّيْطَانِ هُمُ الْخَاسِرُونَ

"ชัยฎอนมารร้ายได้เข้าไปครอบงำพวกเขาเสียแล้ว มันจึงทำให้พวกเขาลืมการรำลึกถึงอัลลอฮ ชนเหล่านั้นคือพรรคพวกของชัยฏอน พึงทราบเถิดว่า แท้จริงพรรคของชัยฏอนนั้น พวกเขาเป็นผู้ขาดทุน"

نسأل الله الكريم أن يقطع دابرهم : انتهي كلام الشيخ الصاوي المالكي.

"เราขอวิงวอนต่ออัลลอฮ์ ผู้ทรงการีมยิ่ง โปรดตัดขาดเส้นทางของพวกเขาด้วยเถิด."

จบคำพูดของเชคอัศศอวี อัลมาลีกี.

อ้างอิงจากเวบ ซูฟี
http://www.soufia.org/vb/showthread.php?t=6878

 หมายเหตุ : พวกวาฮาบีได้พิมพ์ตัฟสีรนี้ขึ้นใหม่ โดยได้ตัดทอนคำพูดของเชคศอวีอัลมาลีกีวรรคนี้ออกไปคือ

كَماَ هُوَ مُشَاهَدٌ الْآن فِي نَظَائِرِهِمْ وَهُمْ فِرْقَةٌ بِأَرْضِ الْحِجاَزِ يُقاَلُ لَهُمُ الْوَهابِيَّة يَحْسَبُوْنَ أَنَّهُمْ عَلَى شَيْءٍ أَلاَ إِنَّهُمْ هُمُ الْكاَذِبُوْنَ

"ดั่งที่มันเป็นที่ประจักษ์เห็นในปัจจุบันในสายตาของพวกเขา และพวกคนกลุ่มนี้อยู่ที่แผ่นดินฮิญาซ(ซาอุดิอารเบีย) พวกเขามีชื่อเรียกกันว่า "อัลวะฮาบียะฮ์" พวกเขาคิดว่า พวกเขานั้นอยู่บนสิ่งหนึ่ง พึงรู้เถิดว่า แท้จริงพวกเขานั้นคือ พวกคนโกหก"
3
วิเคราะห์แนวคิดวาฮาบี ตอนที่ 9

คำสอนของนักวิชาการ "ซาอุฯ" คือ มุสลิมทุกคนที่ไม่ดำเนินตามแนวทาง "ชัยค์มุหัมมัด บินอับดุลวะฮาบ" มุสลิมคนนั้นได้เดินอยู่บนทางของ "ชาวนรก"

@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@

หลักฐาน

หนังสือรวบรวมคำฟัตวาของชัยค์มุหัมมัด บินอับดุลวะฮาบ รวมทั้งนักวิชาการซาอุดิอารเบียจนปัจจุบันชื่อ

กิตาบ อัดดุร็อร อัส สะนียะฮ์ เล่ม 14 หน้า 375 ได้กล่าวว่า

ولا ينبغي لأحد من الناس العدول عن طريقة آل الشيخ، رحمة الله عليهم، ومخالفة ما استمروا عليه في أصول الدين، فإنه الصراط المستقيم، الذي من حاد عنه فقد سلك طريق أصحاب الجحيم

"ไม่สมควรแก่บุคคลใดจากมนุษย์ ที่จะหันเหออกจากแนวทางของลูกหลานชัยค์(มุหัมมัด บินอับดุลวะฮาบ) และขัดแย้งกับสิ่งที่เขา(ชัยค์มุหัมมัดบินอับดุลวะฮาบ)ดำเนินอยู่บนมันในเรื่องรากฐานศาสนา(อิสลาม) เพราะมันคือทางที่เที่ยงตรง ซึ่งบุคคลใดต่อต้านเขา(ชัยค์มุหัมมัดบินอับดุลวะฮาบ) เท่ากับเขา(คนนั้น)ได้ดำเนินบนเส้นทางของชาวนรกเสียแล้ว"

เพราะคำสอนของผู้รู้ "ซาอุฯ" แบบนี้ใช่ไหม ที่ผู้ยึดถือแนวทางของ "ชัยค์มุหัมมัด บินอับดุลวะฮาบ" (เรียกว่า แนวทางวะฮาบีย์)จึง มองว่า มุสลิมกลุ่มอื่นๆบนโลกเป็น "ชาวนรก"
4
วิเคราะห์แนวคิดวาฮาบี ตอนที่ 8

ท่านอาจมีคำถามว่า

ทำไมเราจึงไปปรักปรำว่า พวกไอซิส ก็คือ พวกวาฮาบี หรือ ทำไมเราจึงไปปรักปรำว่า พวกวาฮาบี คือพวก นิยมไอสิส เชียร์ไอสิส

คำตอบ
   เราไม่ได้ปรักปรำวาฮาบีเลย แต่หลักฐานเรื่องนี้มีมากมายทั้งตำรา คลิปบรรยายโดยนักวิชาการวาฮาบีทั่วโลกและในไทย
และหนึ่งในหลักฐานนั้นคือ
   พวกไอซิส ได้แจกจ่าย หนังสือ กิตาบ อัตเตาฮีด ของชัยค์มุฮัมมัด บินอับดุลวะฮาบ แก่ประชาชนในบ้านเมืองที่พวกเขาเข้าไปมีอำนาจยึดครอง เพื่อให้ประชาชนเชื่อถือตามแนวคิดชัยค์มุฮัมมัด บินอับดุลวะฮาบ
และตำรานั้นคือ ตำรา "เตาฮีด" ของ ชัยค์ มุฮัมมัด บินอับดุลวะฮาบ ที่พวกไอสิสแจกจ่ายกับประชาชนในเขตแดนที่พวกเขายึดครอง
5
วิเคราะห์แนวคิดวาฮาบี ตอนที่ 7

วาทะกรรมลวงโลกที่ว่า วาฮาบีนิยมไอสิสกับอะชาอิเราะฮ์มีอะกีดะฮ์เดียวกัน

   ประเด็นสำคัญที่เราไม่ควรมองข้ามคือ วาฮาบี(คณะใหม่)กับพี่น้องซุนนี่คณะเก่า มีหลักอะกีดะฮ์ขัดแย้งกันในเรื่องซีฟัตของอัลเลาะฮ์(ซ.บ.) อย่างรุนแรงมาก ถึงขั้นที่นักวิชาการของทั้งสองฝ่ายต่างฮุก่มใส่กันเป็นกาฟิร

   เชค ด็อกเตอร์ ซอและห์ อัลเฟาซาน  เกิดฮ.ศ. 1354 อายุ 84 ปี ปราชญ์วาฮาบีกล่าวว่า
"ตัวบทซีฟาต(ของอัลลอฮ์)มาจาก มุห์กัม(ชัดเจน)ไม่ใช่มาจาก มุตะชาบิฮ์(คลุมเครือ) มุสลิมูนได้อ่านมัน เรียนมัน เข้าใจความหมายของมัน และพวกเขาไม่ได้ปฏิเสธสิ่งใดจากมัน ท่านวะกิ๊อ์กล่าวว่า เราอยู่ทันท่านอัลอะอ์มัชกับท่านสุฟยาน พวกเขาได้รายงานฮะดีษเหล่านี้(หมายถึงฮะดีษเกียวกับซีฟาตของอัลลอฮ์) และพวกเขาไม่ได้ปฏิเสธมัน จบ. แท้จริงผู้ที่ปฏิเสธมันคือพวกสร้างบิดอะฮ์จากพวกญะฮ์มียะฮ์ พวกมุอ์ตะซิละฮ์และพวกอะชาอิเราะฮ์ พวกเขาดำเนินตามแนวทางของพวกตั้งภาคีกุเรช พวกเขาคือพวกที่ปฏิเสธศรัทธาต่ออัลลอฮ์ และพวกเขาที่เบี่ยงเบนในพระนามของอัลลอฮ์"
ดูหนังสือ อัลอิรช๊าด อิลา ซอฮิ๊ฮ์ อัลเอี๊ยะอ์ติกอด วัลร็อดดุ อะลา อะฮ์ลิช-ชิรกิ วัลอิลฮ๊าด หน้า 144

เชคซอและห์เฟาซานกล่าวชัดว่า "อะชาอิเราะฮ์(ซุนนี่คณะเก่า)ดำเนินตามแนวทางของมุชริกีน คือพวกปฏิเสธศรัทธาต่ออัลลอฮ์"

   แล้ววาฮาบีจะลวงโลกว่า วาฮาบีกับซุนนี่คณะเก่ามีอะกีดะฮ์เดียวกัน อีกหรือ หากเชื่อเหมือนกันจริงๆ นักปราชญ์วาฮาบีแห่งซาอุฯคงไม่ตักฟีรซุนนี่คณะเก่าเป็นกาฟิรหรอก จริงหรือไม่
 
อิหม่าม อบุลฮาซัน อัลอัชอะรี ตาย ฮ.ศ. 324 กล่าวว่า

مَنِ اعْقَتَدَ أنَّ اللهَ جِسْمٌ فَهُوَ غَيْرُ عاَرِفٍ بِرَبِّهِ وَإنَّهُ كاَفِرٌ بِهِ

"ผู้ใดก็ตามที่มีหลักความเชื่อว่า อัลลอฮ์มีเรือนร่าง เขาคือผู้ที่ไม่รู้จักพระเจ้าของเขา และเขาคือผู้ปฏิเสธต่อพระองค์"
หนังสือ อิชารอตุล มะรอม ผู้แต่ง กอฎี อัลบายาฎี อัลฮานาฟี หน้า 168

   เป็นที่รู้กันดีว่า ตำราของอิบนุตัยมียะฮ์และตำราของชัยค์ มุฮัมมัด บินอับดุลวะฮาบ ล้วนอธิบายซีฟัตคุณลักษณะของอัลลอฮ์(ซ.บ.)ในแนวตัจญ์ซีมและตัชบียะห์(เปรียบว่าอัลลอฮ์มีเรือนร่างมีลักษณะคล้ายมนุษย์)ทั้งสิ้น แม้จะอ้างว่า อัลลอฮ์ไม่เหมือนสิ่งใดก็ตาม
   เมื่อวาฮาบีมีหลักอะกีดะฮ์ว่า อัลลอฮ์มีเรือนร่าง อุละมาอ์ซุนนี่คณะเก่าจึงอาศัยคำพูดของผู้ก่อตั้งมัซฮับอะชาอิเราะฮ์ข้างต้นฟันธงว่า วาฮาบี มุญัซซิมะฮ์ คือ กาฟิร แล้วแบบนี้เหมือนกันหรือ

ดังนั้นอย่าให้วาฮาบีนิยมไอสิส มาล่อลวงพวกท่านว่า เราคือ ซุนนี่เหมือนกัน ไม่ต่างกันเลยในเรื่องอะกีดะฮ์ความเชื่อ 
เอาแค่อะกีดะฮ์ ก็คนละ พระเจ้าแล้ว คงไม่ต้องเอ่ยถึง ข้อปฏิบัติในเรื่องปลีกย่อยนะ
6
วิเคราะห์แนวคิดวาฮาบี ตอนที่ 6

   วาฮาบีนิยมไอสิสพยายามใส่ร้ายมุสลิมชีอะฮ์ ให้ชาวซุนนี่ชิงชังเรื่องซอฮาบะฮ์ ทั้งๆที่ฝ่ายชีอะฮ์ได้ออกมาชี้แจงเรื่องนี้หลายครั้งหลายหน แต่วาฮาบีก็ไม่ยอมยุติ

ทีนี้เรามาดูว่า อิบนุตัยมียะฮ์และชัยค์มุฮัมมัด บินอับดุลวะฮาบ เสาหลักของวะฮาบีใส่ร้ายตำหนิซอฮาบะฮ์ อย่างไร

1.อิบนุตัยมียะฮ์ กล่าวว่า "เป็นที่รู้กันดีว่า อัลลอฮ์ทรงใส่ความรักแก่ซอฮาบะฮ์ไว้ในหัวใจของมุสลิมทุกคน โดยเฉพาะบรรดาคุละฟาอ์ โดยเฉพาะท่านอบูบักรและท่านอุมัร เพราะบรรดาซอฮาบะฮ์และตาบิอีนล้วนรักชอบบุคคลทั้งสอง พวกเขาคือคนประเสริฐสุดแห่งศตวรรษทั้งหลาย"

وَلَمْ يَكُنْ كَذَلِكَ عَلِيٌّ، فَإِنَّ كَثِيرًا مِنَ الصَّحَابَةِ وَالتَّابِعِينَ كَانُوا يُبْغِضُونَهُ وَ يَسُبُّوْنَهُ وَ يُقاَتِلُوْنَهُ

"แต่สำหรับท่านอะลีกลับไม่เป็นเช่นนั้นเพราะ ซอฮาบะฮ์และตาบิอีนส่วนมาก ชิงชังท่านอะลี ด่าทอท่านอะลี และสู้รบกับท่านอะลี" 
ดูหนังสือ มินฮาญุซซุนนะฮ์  เล่ม 4 หน้า 145 

คำพูดของอิบนุตัยมียะฮ์นี้ ได้ใส่ร้ายซอฮาบะฮ์และตาบิอีนส่วนมาก ว่า พวกเขามีความชิงชัง ด่าทอ สู้รบกับท่านอะลี ทั้งๆที่ท่านนาบี(ศ)กล่าวกับอาลี(อ.)ว่า "จะไม่มีใครรักเจ้านอกจากมุอ์มิน และจะไม่มีใครชิงชังเจ้านอกจากมุนาฟิก" รายงานโดยมุสลิม

2.ชัยค์ มุฮัมมัด บิน อับดุลวะฮาบ ได้ตำหนิซอฮาบะฮ์ว่า หลงผิด โง่เขลา ชั่วร้าย
หนังสือของเขาชื่อ  มุคตะศ็อร ซีเราะติลรอซูล  หน้าที่  314

ชัยค์ มุฮัมมัด บิน อับดุลวะฮาบ กล่าวถึง เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในปีฮิจเราะฮ์ศักราชที่ 33 ว่า
"ชาวอิรักได้กล่าวถึงท่านอุษมานด้วยความไม่ดี พวกเขาได้สนทนาเกี่ยวกับท่านอุษมานด้วยคำพูดที่หยาบคายในที่ประชุมของท่านสะอีด บิน อามิร เขาจึงได้เขียนจดหมายในเรื่องของชาวอิรักส่งไปหาท่านอุษมาน ท่านอุษมานจึงออกคำสั่งกับเขาว่าให้ขับพวกอิรัก(กลุ่มนี้)ไปเมืองชาม เมื่อพวกเขา(ชาวอิรักกลุ่มนี้)เดินทางเข้ามาพบท่านมุอาวียะฮ์(เจ้าเมืองชาม) เขาได้ให้เกียรติพวกอิรัก ต้อนรับพวกเขาและตักเตือนพวกเขา ตัวแทนชาวอิรักได้ตอบต่อมุอาวียะฮ์ด้วยคำพูดที่รุนแรง จากนั้นท่านมุอาวียะฮ์ได้ตักเตือนพวกเขา"

فَتَماَدَوْا فِي غَيِّهِمْ وَجَهاَلَتِهِمْ وَشَرِّهِمْ  فَنَفاَهُمْ مُعاَوِيَّةُ عَنِ الشاَّم ، وَكاَنُوْا عَشَرَة

"ชาวอิรักได้แสดงความเลยเถิดในความหลงผิดของพวกเขา ในความโง่เขลาของพวกเขา และในความชั่วร้ายของพวกเขา ดังนั้นท่านมุอาวียะฮ์จึงเนรเทศพวกเขาออกจากเมืองช่าม พวกเขามีสิบคนคือ กุเมล บิน ซิยาด ,อัลอัชตัร อันนะคออี(คือมาลิก บิน ยะซีด) ,อัลกอมะฮ์ บินก็อยส์ อันนะคออี ,ษาบิต บิน ก็อยส์ อันนะคออี, ญุนดุบ บินซูเฮร อัลอามิรี, (ญุนดุบ บิน กะอับ) อัลอะซะดี, อุรวะฮ์ บิน อัลญุอ์ดิ, (อัมรูว์ บิน อัลหะมั๊ก) อัลคุซาอี, เศาะซ่ออะฮ์ บิน ซูฮาน, น้องชายของเขา เซด บิน ซูฮาน, อิบนุลเกาวาอ์"

ชาวอิรักเหล่านี้ มี ซอฮาบะฮ์อยู่ด้วยสองท่าน

1.  ญุนดุบ บิน กะอับ อัลอะซะดี ถูกพวกช่ามสังหารในสงครามซิฟฟีน   
อัซซะฮะบี กล่าวใน สิยัร อะอ์ลามุน-นุบะลาอ์ เล่ม 3 : 175 อันดับที่ 31

ญุนดุบ อัลอะซะดี นั่นคือญุนดุบ บินอับดุลลอฮ์ เรียกกันว่า ญุนดุบ บินกะอับ อบูอับดุลลอฮ์ อัลอะซะดี ซอฮาบะฮ์ของท่านนบี(ศ) เขารายงานจากท่านนบี(ศ.) จากท่านอะลี(อ.) และท่านซัลมาน(ร.ฏ.)
อิบนุฮะญัร กล่าวใน อัลอิซอบะฮ์ ฟี ตัมยีซิซ-ซอฮาบะฮ์ อันดับที่ 1229 ว่า อิบนุฮิบบานกล่าวว่า ญุนดุบ บินกะอับ อัลอะซะดี เขาคือซอฮาบะฮ์ของท่านนบี (ศ)

2. อัมรูว์ บิน อัลหะมั๊ก ถูกพวกช่ามสังหารในสงครามซิฟฟีน   
อิบนุฮะญัร กล่าวใน ตักรีบ อัตตะฮ์ซีบ เล่ม 1: 420 อันดับที่ 5017

    อัมรูว์ บิน อัลหะมะกิ บินหะบีบ อัลคุซาอี ซอฮาบะฮ์นบี อาศัยที่กูฟะฮ์ ต่อมาที่อียิปต์ ถูกสังหารในสมัยการปกครองของมุอาวียะฮ์
อิบนุฮะญัร กล่าวใน อัลอิซอบะฮ์ ฟี ตัมยีซิซ-ซอฮาบะฮ์ อันดับที่ 5822 ว่า
    อัมรู บินอัลหะมั๊ก อิบนุสสะกันกล่าวว่า เขาคือ ซอฮาบะฮ์นบี
ชัยค์ มุฮัมมัด บินอับดุลวะฮาบ ผู้นี้ได้ตำหนิซอฮาบะฮ์นบีถึงสองท่านว่า หลงผิด โง่เขลา และชั่วร้าย
   
    เราจึงขอถามว่า วาฮาบีนิยมไอสิส จะตัดสินอิบนุตัยมียะฮ์ และชัยค์ มุฮัมมัด บินอับดุลวะฮาบ อย่างไร
วาฮาบีอ้างว่า  ท่านอบู ซุรอะฮ์ อัลรอซี กล่าวว่า

إذاَ رَأَيْتَ الرّجُلَ يَنْتَقِصُ أَحَداً مِنْ أَصْحاَبِ رَسُوْلِ اللَّه (ص) فاَعْلَمْ أَنَّهُ زِنْدِيْقٌ

"เมื่อคุณพบเห็นบุคคลใดตำหนิให้ร้ายซอฮาบะฮ์คนหนึ่งคนใดก็ตาม จงรู้เถิดว่าเขาคนนั้นคือ ซินดี๊ก(ผู้ที่สิ้นสภาพจากผู้ศรัทธา)"
ดูหนังสืออัลอิซอบะฮ์ ฟี ตัมยีซิซ-ซอฮาบะฮ์ เล่ม  1 : 22

คำถามคือ : อิบนุตัยมียะฮ์และมุฮัมมัด บินอับดุลวะฮาบ เป็นซินดี๊กมานานแล้ว ทำไมวาฮาบีจึงนับถือศาสนาอิสลามตามแนวทางของ ซินดี๊กสองคนนี้ ???
บรรดาวาฮาบีนิยมไอสิสทั้งหลายกรุณาชี้แจงเรื่องนี้ให้กระจ่างด้วย
7
วิเคราะห์แนวคิดวาฮาบี ตอนที่ 5

หนทางแก้ไขปัญหาฟิตนะฮ์ของวาฮาบี นิยมไอสิส

     อุละมาอ์มุสลิมทุกมัซฮับในโลกอิสลาม รวมทั้งสังคมมุสลิมในประเทศไทย ปัญญาชนมุสลิมทุกกลุ่มควรปรึกษาหารือวางแผนการอย่างเป็นระบบในการรับมือแนวคิดวาฮาบีนิยมไอสิสอย่างเอาจริงเอาจัง ไม่ควรปล่อยปละละเลยหรือมองข้ามโดยคิดว่าไม่สำคัญ
     เหตุเพราะคิดแบบนี้มานานจนปัจจุบันวาฮาบีนิยมไอสิสคือปัญหาสำคัญของมุสลิมทุกกลุ่ม บางคนมองเห็นฟิตนะฮ์ของวาฮาบี แต่พูดกับพวกตนเองว่า เราอย่าไปสนใจ อย่าไปเต้นตาม เพราะคนที่พูดแบบนี้ไม่คิดจะรับมือให้เป็นรูปธรรมอย่างจริงจัง ผลคือเยาวชนหนุ่มสาวของเราถูกหลอกลวงไปเป็นวาฮาบีที่ล่อลวงพวกเขาว่า พวกเราคือผู้ตาม “กิตาบและซุนนะฮ์” ตัวจริง ทั้งๆที่พวกวาฮาบีโกหกเอามาอ้าง

หากต้องการแก้ไขปัญหาแนวคิดวาฮาบีนิยมไอสิสอย่างจริงจัง จำเป็นต้องดำเนินตามแผนการนี้

1.จัดทำตำรา ชี้แจงให้มุสลิมเข้าใจแนวคิดวาฮาบีนิยมไอสิสว่าขัดแย้งต่ออุละมาอ์อิสลามโดยส่วนมาก วาฮาบีนำความเสื่อมเสียมาให้กับโลกมุสลิมเช่น พวกไอสิส

2.จัดทำตำรา ตอบโต้ชี้แจงของชุบฮะฮ์ของวาฮาบี ตอบโต้อะกีดะฮ์บาติลของวาฮาบี ต้องค้นคว้าหาตำราวาฮาบีมาให้มุสลิมได้ประจักษ์ว่า วาฮาบีมีทัศนะอย่างไรต่ออัลลอฮ์(ซ.บ.) ต่อนาบี(ศ.) ต่อบรรดามุสลิมกลุ่มอื่น

3.ต้องสร้างตำราหลักศรัทธาที่ถูกต้อง ตำราฟิกฮ์ ตำราอัคล๊าก ตะเซาวุฟขึ้นมาแทนที่ตำราวาฮาบี

4.สร้างห้องสมุดตามมุมมัสยิด บาแล ฮูซัยนียะฮ์ แน่นอนในขั้นตอนนี้ต้องได้รับการสนับสนุนงบประมาณเพราะต้องบรรจุหนังสือเข้าไปตามสถานที่ต่างๆ แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นจะเป็นประโยชน์ต่อชุมชนนั้นๆ

4.ส่งเสริมลูกหลานให้ไปเรียนศาสนาอย่างมีอุดมการณ์รับใช้อิสลาม จนจบหลักสูตรทั้งในและต่างประเทศ เป็นการผลิตผู้รู้นักวิชาการออกมาเพื่อรองรับสังคมที่ขยายตัวตามกาลเวลา สร้างสถาบันสอนศาสนาให้มากขึ้น เพราะถ้าชุมชนไหนรู้จักธาตุแท้ของวาฮาบีนิยมไอสิส เขาก็จะไม่เป็นวาฮาบี

5.สร้างบุคลากรทางศาสนาให้มากขึ้น ให้มีคุณภาพ เช่นต้องมีอิหม่าม มีคอเตบ มุอัซซิน เป็นกรรมการมัสยิดหรือมีส่วนร่วมในองค์กรมุสลิม เพื่อเข้าไปดูแลมัสยิดและชุมชนที่ตนอาศัยอยู่

6.สร้างนักวิชาการสายสามัญ หรือนักวิชาการสายศาสนา เข้าไปสอน ไปบรรยายตามโรงเรียนและมหาลัยต่างๆ เพื่อชี้แจงการใส่ร้ายของวาฮาบีนิยมไอสิสที่มีต่อมุสลิมกลุ่มอื่นอย่างอธรรม

7.ฉกฉวยโอกาศในยุคโซเชี่ยลมีเดีย ช่วยแชร์ข้อมูลภัยของวาฮาบีนิยมไอสิสไปยังกลุ่มไลน์และเฟสบุคห้องต่างๆ ให้พวกเขาได้อ่าน ได้รับรู้

8.พยายามสร้างความสัมพันธ์ ความสมานฉันท์ระหว่างกลุ่มมุสลิมด้วยกัน อย่าให้วาฮาบีนิยมไอสิสเข้ามายุยงในสังคมและชุมชนมุสลิม ให้แตกแยกเพียงเพราะมีความเชื่อต่าง คิดต่าง ทำต่างในเรื่องขนบธรรม วัฒนธรรมที่ไม่ขัดต่อหลักการอิสลาม แต่ไปขัดต่อแนวคิดวาฮาบีนิยมไอสิส
8
วิเคราะห์แนวคิดวาฮาบี ตอนที่ 4

อัตลักษณ์ของวาฮาบี นิยมไอสิส

1.พวกวาฮาบีนิยมไอสิส มักสวมใส่กางเกงหรือโต๊ฟ สั้นเต่อถึงหน้าแข้ง ไว้เครายาวรุงรังไม่เรียบร้อย

2.ไม่ใช้สติปัญญากับความเข้าใจตัวบทศาสนา ยึดถือความหมายซอเฮ็ร (แปลตรงตัวตามเปลือกนอกของภาษา) ไม่สังกัดอยู่ในสี่มัซฮับซุนนี่ ตะอัซซุบมีความคลั่งหนักมากต่ออุละมาอ์วาฮาบี จะปฏิบัติตามคำฟัตวาของบรรดาเชควาฮาบี โดยไม่ทำความเข้าใจเหตุผลของฟัตวา

3.ไม่มีมารยาทอัคล๊ากในอิสลามในการพูดการสนทนา จะปฏิบัติต่อคนต่างมัซฮับด้วยความต่ำช้า ใช้วาจาหยาบไม่สุภาพ ไม่ให้เกียรติ ตรงกันข้ามกับซุนนะฮ์นบี(ศ.)

4.ไม่ให้ความเคารพต่ออะฮ์ลุลบัยต์ วงศ์วานของท่านศาสดา เราคงเคยได้ยินวาฮาบีบางคนเรียก อะฮ์ลุลบัยต์ว่า “อะฮ์ลุนเปรต” เป็นการไม่ให้เกียรติกับผู้สืบเชื้อสายอะฮ์ลุลบัยต์ คือบรรดาสัยยิด ไม่ว่าจะเป็นสัยยิดชีอะฮ์หรือสัยยิดซุนนี่ วาฮาบีจะตำหนิว่าไม่ใช่สัยยิดจริง เช่น ท่านฮะบีบอัลญุฟรี สัยยิดซุนนี่ก็โดนดูถูก การแสดงหลักฐานความเป็นสัยยิดไม่มีประโยชน์ พวกเขาจะดูหมิ่นเหยียดหยามสัยยิดด้วยคำพูดต่างๆนานา เพราะพวกเขารู้ดีว่าบรรดาสัยยิดมีสถานะสำคัญทางจิตใจของพี่น้องมุสลิม

5.ประนามขัดขวางการปฏิบัติศาสนกิจของมุสลิมมัซฮับอื่น เพราะสิ่งเหล่านั้นขัดแย้งต่ออะกีดะฮ์วาฮาบีนิยมไอสิสเช่น ตำหนิชาวซุนนี่นั่งซิกรุลเลาะฮ์เป็นกลุ่มเป็นวง ต่อต้านการจัดงานเมาลิดนาบี(ศ.) ต่อต้านการอ่านซอลาวาตนาบี(ศ.) หลังอะซาน ต่อต้านการจัดมัจลิสอาชูรอเพื่อรำลึกถึงวีรกรรมของฮูเซน หลานรักของท่านศาสดา เป็นต้น
9
วิเคราะห์แนวคิดวาฮาบี ตอนที่ 3

วาฮาบีนิยมไอสิส สกัดกั้นพวกตนไม่หลุดออกจากแนวคิดพวกเขาอย่างไร

1.อุละมาอ์วาฮาบีจะสอนคนของเขาว่า มุสลิมทุกมัซฮับคือ พวกบิดอะฮ์ เดาะลาละฮ์ มุชริก ดังนั้นห้ามคบ ห้ามคุย ห้ามอ่านตำรา ห้ามรับฟังเหตุผล ห้ามพิจารณาหลักฐานของฝ่ายตรงข้ามเด็ดขาด การปิดหูปิดตาอะวามวาฮาบีนี้คือความขี้ขลาด เป็นวิธีเดียวกันกับพวกมุชริกมักกะฮ์ที่ปฏิบัติกับท่านนบีมุฮัมมัด (ศ) มาก่อน

2.สกัดกั้นวาฮาบีระดับธรรมดาไม่ให้เครดิตกับฝ่ายตรงข้าม ด้วยการให้ร้ายป้ายสีมุสลิมฝ่ายอื่นว่า เป็นอะฮ์ลุลบิดอะฮ์ เดาะลาละฮ์ มุชริก ญะฮ์มียะฮ์ มุอัตติละฮ์ เป็นศัตรูต่อเตาฮีด ศัตรูต่อซุนนะฮ์นบี(ศ.) ยัดข้อหาให้เป็นยิว สุดท้ายก็ตักฟีรพี่น้องมุสลิม นี่คืออัตลักษณ์ของวาฮาบีที่รู้กันดีในโลกมุสลิม

3.หากพวกวาฮาบีมีอำนาจมีอิทธิพลในท้องถิ่นที่ตนอยู่ ก็จะก่อการวิวาท ก่อเรื่องทำร้าย และทำลายฝ่ายตรงข้าม สุดท้ายลงมือสังหารฝ่ายตรงข้าม ทั้งที่ปัจจุบันคือยุคแห่งอารยธรรม ยุควิชาการ ไม่ใช่ยุคอนารยชน ที่ทารุณ, โหดร้าย, นิยมความรุนแรง นิยมสงคราม เช่นพวกไอสิส เข่นฆ่าผู้คนเหมือนผักเหมือนปลา จนทำให้ชาวโลกชิงชังมุสลิมและอิสลาม

4.แก้ไขตำราอิสลามที่เป็นมรดกอ้างอิง เพื่อให้เข้ากับอะกีดะฮ์ของตน เช่นหนังสือ ชื่อ อัลอัซการ อิหม่ามนะวาวี กล่าวว่า หัวข้อเรื่อง การไปซิยาเราะฮ์ "กุโบร์" ของท่านรอซูลุ (ศ) / พวกวาฮาบีแก้ไขใหม่และพิมพ์ใหม่เป็น / หัวข้อเรื่อง การไปซิยาเราะฮ์ "มัสยิด" ของท่านรอซูล (ศ)


10
วิเคราะห์แนวคิดวาฮาบี ตอนที่  2

วิธีส่งออกแนวคิดวาฮาบี นิยมไอสิส

การส่งออกแนวคิดของกลุ่มวาฮาบีนิยมไอสิสนั้นมีหลายเส้นทาง อย่างมีความสัมพันธ์กัน มีการวางแผนไว้อย่างต่อเนื่อง ซึ่งฝ่ายซุนนี่เคยมองข้ามการขับเคลื่อนของคนกลุ่มนี้ ไม่ได้เตรียมแผนรับมืออย่างเป็นระบบ จนในที่สุดซุนนี่เก่าบางส่วนได้ให้ความสนใจ จนกลายเป็นวาฮาบีไปในที่สุด 

เรามาดูกันว่า กลุ่มวาฮาบีดำเนินการอย่างไร

1.ส่งบรรดานักดาอีย์ออกเชิญชวนสู่แนวคิดวาฮาบี ซึ่งแบ่งออกเป็นสองชนิดคือ
1.1.โต๊ะอิหม่ามมัสยิดและคอเตบ จะมีเจ้าหน้าที่ของวาฮาบีเดินทางไปเยี่ยมเยียนโน้มน้าวให้เข้าร่วมกับพวกเขา พร้อมทั้งมีงบจากประเทศแม่เช่นซาอุฯจ่ายให้ สร้างห้องสมุดให้ ส่งตำราวาฮาบีมาให้ใช้คุตบะฮ์ ใช้บรรยาย ใช้สอนคนในชุมชนนั้นๆ
1.2.ผลิตนักศึกษา โดยส่งคนทั่วโลกไปศึกษาที่มหาลัยวาฮาบี โดยเฉพาะที่นครมะดีนะฮ์ เมื่อเรียนจบตั้งแต่ระดับ ป.ตรี / โท / เอก(ด็อกเตอร์) ก็พกพาเอาแนวคิดวาฮาบีและตำราอิบนุวะฮาบ ตำราอบินุตัยมียะฮ์ มาสอนที่บ้านเกิดทั้งในชุมชนมุสลิม ในโรงเรียน ในมหาวิทยาลัยต่างๆ ในนามนักวิชาการอิสลาม ในบ้านเรามีด็อกเต็อร์จบจากมหาลัยมุฮัมมัด บินซะอูด เป็นอธิการบดี เผยแพร่แนวคิดวาฮาบีอยู่ทางใต้ ส่วนด็อกเตอร์อีกคนก็จบจากซาอุฯเผยแพร่แนวคิดวาฮาบีในมหาลัยในก.ท.ม. และยังทำงานอยู่สำนักจุฬาฯ หมายความว่าวันนี้วาฮาบีได้เข้าไปมีอิทธิพลในสถาบันของซุนนี่เก่าโดยปริยาย ผู้ที่เรียนจบจากมหาลัยวาฮาบียังกระจายสอนแนวคิดวาฮาบีอยู่ทั่วไทย

2.จัดตั้งกลุ่มต่างๆขึ้นมาโดยอ้างว่า เชิญชวนสู่กิตาบและซุนนะฮ์ เช่น กลุ่มมุสลิมเพื่อสันติ ซาบิกูน ซอดิกูน สะลาฟียูน มูลนิธิอนุรักษ์มรดกอิสลาม เป็นต้น กลุ่มเหล่านี้เข้าไปยังชุมชนซุนนี่เก่าที่ไหน ก็จะสร้างความแตกแยกที่นั่น จนต้องแยกสุเหร่า แยกบาแล

3.แจกจ่ายตำราแนวคิดวาฮาบี ที่อุละมาอ์วาฮาบีทั้งในอดีตและปัจจุบันแต่งขึ้น นำเสนอแนวคิดของพวกเขาด้วยสำนวนที่เข้าใจง่าย พร้อมทั้งแปลเป็นภาษาต่างๆทั่วโลก
ส่วนตำราอ้างอิงของอะฮ์ลุซซุนนะฮ์ วาฮาบีจะให้อุละมาอ์พวกตนตรวจทานและเขียนคำอธิบายเสริมไปกับตำราเหล่านั้นให้เข้ากับแนวคิดวาฮาบี ถ้าจำเป็นต้องแก้ไขใหม่ก็จะแก้ไขและจัดพิมพ์ขึ้นใหม่ ฮะดีษบทใดในตำราอ้างอิงเหล่านั้น ถ้าขัดกับแนวคิดวาฮาบีก็จะถูกวิจารณ์ว่าดออีฟ ฮะดีษบทใดเข้ากับแนวคิดของพวกเขาก็จะถูกวิจารณ์ว่าซอฮิฮ์
อุละมาอ์ซุนนี่รุ่นเก่า/รุ่นใหม่คนใดที่ขัดแย้งต่อแนวคิดวาฮาบี จะถูกวาฮาบีตำหนิหรือวิจารณ์พวกเขาด้วยรูปแบบต่างๆ เพื่อดิสเครดิตสถานภาพทางวิชาการ

4.แปลตำราหลักๆในแนวคิดวาฮาบีเป็นภาษาต่างๆเช่น หนังสือของอิบนุตัยมียะฮ์ อิบนุก็อยยิม เชคมุฮัมมัดบินอับดุลวะฮาบ เชคอัลบานี เป็นต้น สร้าง ส.น.พ วาฮาบีขึ้นในประเทศต่างๆโดยเฉพาะประเทศที่มีมุสลิมอยู่จำนวนมากเช่น อินโดนีเซีย

5.แจกจ่ายสื่อวิดีทัศน์ ในรูปแบบ MP3 หรือ VCD DVD ประกอบไปด้วยคำสอน คำบรรยายและบทเรียนต่างๆของอุละมาอ์วาฮาบี

6.เผยแพร่ วิธีตอบโต้ วิธีถก วิธีหักล้างฝ่ายที่ไม่เห็นด้วยกับแนวคิดวาฮาบี พยายามทำลายและสร้างความเสื่อมเสียให้กับฝ่ายตรงข้ามด้วยคำพูดที่ไม่เหมาะสม ปราศจากอัคล๊ากอิสลาม ทั้งๆที่อ้างว่ากลุ่มตนคือผู้เผยแพร่กิตาบและซุนนะฮ์

7.จัดตั้งบุคลากรวาฮาบี โดยแบ่งกันทำหน้าที่ควบคุมดูแล เวบไซต์ ไลน์ เฟสบุ๊ค  รายการทีวี เพื่อเผยแพร่แนวคิดวาฮาบีทั้งเรื่องศาสนา สังคม การเมือง และคอยตอบโต้ให้ร้ายแนวทางอื่นๆ มีการสะสมข้อมูลอย่างเป็นระบบ

8.มีสื่อเพื่อเผยแพร่เช่น จานดาวเทียม รายการทีวี สถานีวิทยุ มีนักวิชาการเผยแพร่แนวคิดวาฮาบีออกสื่อเหล่านี้อยู่ตลอด 24 ช.ม.
หน้า: [1] 2 3 ... 10