ผู้เขียน หัวข้อ: ฮะดีษที่วาฮาบี รุชดี จากกลุ่ม อัศศอดิกูน ยกมาอ้างเพื่อใส่ร้ายชีอะฮ์  (อ่าน 196 ครั้ง)

0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้

มีนาคม 23, 2019, 10:01:38 PM
อ่าน 196 ครั้ง

Surapon Sricharoen

  • Administrator
  • ระดับ นักเรียนประถม

  • ออฟไลน์
  • *****

  • 30
  • คะแนนน้ำใจ:
    +0/-0
    • ดูรายละเอียด
ฮะดีษที่รุชดี วาฮาบี ยกมาอ้างเล่นงานชีอะฮ์

กิตาบ ตักรีรอต อัลฮูดู๊ด วัต ตะอ์ซีรอต เล่ม 2 หน้า 74 - 75 ผู้แต่งคือ อยาตุลลอฮ์ สัยยิด กุลบัยกานี
นี่คือตัวบท ภาษาอาหรับ
คำอธิบายสำหรับฮะดีษบทนี้จากอุละมาอ์ชีอะฮ์
อายาตุลลอฮ์ สัยยิดมุฮัมมัด ริฎอ กุ้ลบัยกานี(ตายฮ.ศ.144) กล่าวว่า

لا فرق في ذلك في كلا المرتدين(المرتد الفطري والمرتد الملى). ثم إن الظاهر هو حصول الارتداد بانكار أحد أصول الشيعة لمن كان هو من الشيعة بأن أنكر أمامة أمير المؤمنين أو امامة أحد الائمة المعصومين صلوات الله عليه وعليهم أجمعين مع علمه بأنهم الائمة الهداة المهديين أو أنكر حلية المتعة أو حلية متعة الحج ونحو ذلك فانه بانكار أحد الامور الضرورية في الشيعة يصير مرتدا.
ففى الرواية المروية عن محمد بن مسلم أنه قال: قلت لابي جعفر عليه السلام: أَرَأَيْتَ مَنْ جَحَدَ الْإِمَامَ مِنْكُمْ مَا حَالُهُ ؟ فَقَالَ مَنْ جَحَدَ إِمَاماً من الائمة وَبَرِئَ مِنْهُ وَ مِنْ دِينِهِ فَهُوَ كَافِرٌ مُرْتَدٌّ عَنِ الْإِسْلَامِ لِأَنَّ الْإِمَامَ مِنَ اللَّهِ وَ دِينَهُ دِينُه
وَ مَنْ بَرِئَ مِنْ دِينِ اللَّهِ فَدَمُهُ مُبَاحٌ فِي تِلْكَ الْحَالة إِلَّا أَنْ يَرْجِعَ وَ يَتُوبَ إِلَى اللَّهِ مما قال
(وسائل‏الشيعة ج 28 ص 323 ح 34863 من أبواب حد المرتد)

وأَحْمَدَ بْنِ مُحَمَّدِ بْنِ مُطَهَّرٍ قَالَ كَتَبَ بَعْضُ أَصْحَابِنَا إِلَى أَبِي مُحَمَّدٍ عليه السلام يَسْأَلُهُ عَمَّنْ وَقَفَ عَلَى أَبِي الْحَسَنِ مُوسَى عليه السلام فَكَتَبَ لا تقرهم على عمل وَ تَبَرَّأْ مِنْهُ أَنَا إِلَى اللَّهِ مِنْهُ بَرِي‏ءٌ فَلَا تَتَوَلَّهُمْ وَلَا تَعُدْ مَرْضَاهُمْ وَلَا تَشْهَدْ جَنَائِزَهُمْ وَلَا تُصَلِّ عَلَى أَحَدٍ مِنْهُمْ مَاتَ أَبَداً مَنْ جَحَدَ إِمَاماً مِنَ اللَّهِ أَوْ زَادَ إِمَاماً لَيْسَتْ إِمَامَتُهُ مِنَ اللَّهِ كَانَ كَمَنْ قَالَ إِنَّ اللَّهَ ثالِثُ ثَلاثَةٍ (المائدة : 73) إِنَّ الْجَاحِدَ أَمْرَ أَوَّلِنَا جَاحِدٌ أَمْرَ آخِرِنَا
 (وسائل‏الشيعة ج 28  ص 352 ح 34943 من أبواب حد المرتد الحديث). الى غير ذلك من الروايات،

ولكن يمكن حمل الروايتين ونظائرهما على من اعتقد بامامة الائمة الاثنى عشر صلوات الله عليهم أجمعين ثم أنكر أحدهم عنادا، وأما من لم يكن كذلك بأن لم يكن من أول الامر معتقدا الامامتهم فان انكاره لاحدهم عليهم السلام لا يكون موجبا لكفره، فلا يرتد الا إذا علم بامامتهم و ان لم يكن من الشيعة الاثنى عشرية ثم أنكر واحدا منهم (ع) فانه يصير حينئذ انكاره من انكار الضرورى الموجب لكفره 

อ้างอิงจากหนังสือ

كتاب  تقريرات الحدود والتعزيرات - السيد الگلپايگاني ج 2  ص  73 – 74

เรามาดู สรุปเนื้อหากันดีกว่า คับ
อยาตุลลออฮ์ สัยยิด กุลบัยกานี กล่าวว่า ไม่มีความแตกแต่งระหว่างมุรตัดฟิตตะรีกับมุรตัดมิลลี สิ่งที่ชัดเจนคือ เกิดการตกมุรตัด เพราะการปฏิเสธหลักศรัทธาชีอะฮ์ข้อหนึ่งข้อใด สำหรับผู้ที่เป็นชีอะฮ์ เช่น เขาปฏิเสธการเป็นผู้นำของอิมามอะลี หรืออิมามคนหนึ่งคนใดจากสิบสองอิมาม ทั้งๆที่เขารู้เข้าใจดีว่า สิบสองคนนั้นคือ อิมามผู้นำ หรือเขาได้ปฏิเสธเรื่องสำคัญข้อหนึ่งข้อใดก็ตามในมัซฮับชีอะฮ์ เขาก็จะกลายเป็นมุรตัด
(จากนั้นอยาตุลลอฮ์ได้ยกฮะดีษสองบทมาแสดง หนึ่งในสองบทก็คือฮะดีษที่รุชดี วาฮาบี ยกมาอ้างเล่นงานชีอะฮ์นั่นเอง)

แล้วอยาตุลลอฮ์ กุลบัยกานี อธิบายว่า
เราสามารถให้ความหมายฮะดีษสองบทนี้หรือฮะดีษที่มีเนื้อหาคล้ายกับสองบทนี้ว่า
ผู้ใดได้มีความเชื่อศรัทธาต่อสิบสองอิมามแห่งอะฮ์ลุลเบต แล้วต่อมาเขาได้ปฏิเสธอิมามคนหนึ่งคนใดจากพวกเขา(ทั้งสิบสอง)ด้วยความดื้อดึง คือคือกาฟิร มุรตัด

ส่วนมุสลิมที่ไม่เคยเป็นชีอะฮ์ยอมรับสิบสองอิมามมาก่อนนั้น กล่าวคือแต่เดิมเขาไม่ได้มีความเชื่อต่ออิมามสิบสองมาก่อน ดังนั้นการปฏิเสธไม่ศรัทธาต่ออิมามคนหนึ่งคนใดจากสิบสองอิม่ามนั้น ไม่ได้ทำให้เขาต้องตกเป็นกาฟิร และไม่ได้ตกมุรตัดด้วย