ผู้เขียน หัวข้อ: คำ ชีอะฮ์ มี 12 อายัตในกุรอ่านจริงหรือ ?  (อ่าน 956 ครั้ง)

0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้

ออฟไลน์ L-umar

  • ระดับ ศาสตราจารย์
  • *****
  • กระทู้: 2161
  • ความเคลื่อนไหว:
    0%
  • คะแนนน้ำใจ: +6/-2
  • เพศ: ชาย
    • ดูรายละเอียด


ชีอะฮ์อะลี  


ชีอะฮ์แปลว่าอะไร ?


ทางภาษาศาสตร์แปลว่า :  ผู้ดำเนินตาม  ผู้ให้การช่วยเหลือ มาจากรากศัพท์   شِـيَاعٌ


ชีอะฮ์คือใคร ?

ต่อมาคำนี้กลายเป็นศัพท์เฉพาะ ใช้เรียกกลุ่มคนที่ปฏิบัติตามคำสั่งของท่านนบีมุฮัมมัด ศ็อลลัลลอฮุ อะลัยฮิ วะอาลิฮี  เรื่องอะฮ์ลุลบัยต์ อะลัยฮิมุสสลามคือผู้นำสืบทอดต่อจากท่าน

ใครคือคนแรกที่ตั้งชื่อ ชีอะฮ์ ?

ท่านนบีมุฮัมมัด ศ็อลลัลลอฮุ อะลัยฮิ วะอาลิฮี คือบุคคลแรกที่ตั้งชื่อชีอะฮ์นี้ให้กับบุคคลที่ติดตามท่านอะลี อะลัยฮิสสลามเช่น ท่านซัลมาน ฟาริซี, มิกด๊าด, อบูซัร, อัมมาร, อบูลัยลา, ชับบีร, อบู สินาน, อบู อัมเราะฮ์, อบู สะอีด อัลคุดรี, อบู บะเราะซะฮ์, ญาบิร บินอับดุลลอฮฺ, อัลบัรรออ์ บิน อาซิบ, ฏ็อรฟะฮ์ อัลอะซะดี, ฮะญัร บินอะดี  เป็นต้น





อัลกุรอานกล่าวถึงศัพท์คำนี้ (ع - ي- ش)  ไว้  12  ครั้ง  คือ :




1- قُلْ هُوَ الْقَادِرُ عَلَى أَنْ يَبْعَثَ عَلَيْكُمْ عَذَابًا مِنْ فَوْقِكُمْ أَوْ مِنْ تَحْتِ أَرْجُلِكُمْ أَوْ يَلْبِسَكُمْ شِيَعًا (الانعام : 65)
จงกล่าวเถิด(มุฮัมมัด) พระองค์คือผู้ทรงสามารถที่จะส่งการลงโทษมายังพวกท่านจากเบื้องบนของพวกท่านหรือจากใต้เท้าของพวกท่าน หรือให้พวกท่านปะปนกันโดยมีหลายพวก(ชีอะฮ์)


2-إِنَّ الَّذِينَ فَرَّقُوا دِينَهُمْ وَكَانُوا شِيَعًا (الانعام : 159)
แท้จริงบรรดาผู้ที่แบ่งแยกศาสนาของพวกเขา และพวกเขาได้กลายเป็นกลุ่มต่างๆ(ชีอะฮ์)


3-وَلَقَدْ أَرْسَلْنَا مِنْ قَبْلِكَ فِي شِيَعِ الْأَوَّلِينَ (الحجر : 10)
และโดยแน่นอน ก่อนหน้าเจ้าเราได้ส่ง(บรรดารอซูล)มาในหมู่คณะต่างๆ(ชีอะฮ์)ในสมัยก่อนๆ


4-ثُمَّ لَنَنْزِعَنَّ مِنْ كُلِّ شِيعَةٍ أَيُّهُمْ أَشَدُّ عَلَى الرَّحْمَنِ عِتِيًّا (مريم : 69)
แล้วต่อมา แน่นอนเราจะดึงออกจากทุกๆคณะ(ชีอะฮ์) ใครในหมู่พวกเขาที่ดื้อรั้นที่สุดต่ออัลลอฮ์


5-إِنَّ الَّذِينَ يُحِبُّونَ أَنْ تَشِيعَ الْفَاحِشَةُ فِي الَّذِينَ آَمَنُوا لَهُمْ عَذَابٌ أَلِيمٌ فِي الدُّنْيَا وَالْآَخِرَةِ (النور: 19)
แท้จริงบรรดาผู้ที่ชอบ แพร่หลาย เรื่องเลวร้ายไปในหมู่ผู้ศรัทธานั้น....


6-إِنَّ فِرْعَوْنَ عَلَا فِي الْأَرْضِ وَجَعَلَ أَهْلَهَا شِيَعًا  (القصص : 4)
แท้จริงฟิรเอานฺนั้นหยิ่งผยองในแผ่นดิน และทำให้ประชาชนแตกแยกเป็นกลุ่มๆ(ชีอะฮ์)


7-وَدَخَلَ الْمَدِينَةَ عَلَى حِينِ غَفْلَةٍ مِنْ أَهْلِهَا فَوَجَدَ فِيهَا رَجُلَيْنِ يَقْتَتِلَانِ هَذَا مِنْ شِيعَتِهِ وَهَذَا مِنْ عَدُوِّهِ (القصص : 15)
และเขา(มูซา)ได้เข้ามาในเมือง ขณะที่ชาวเมืองกำลังพักผ่อน เขาได้เห็นชายสองคนต่อสู้กันอยู่ในนั้น คนหนึ่งมาจากพวก(ชีอะฮ์)ของเขา(มูซา) และอีกคนหนึ่งมาจากฝ่าย(ที่เป็น)ศัตรูของเขา


8-فَاسْتَغَاثَهُ الَّذِي مِنْ شِيعَتِهِ  (القصص : 15)
ดังนั้น คนที่มาจากพวก(ชีอะฮ์)ของเขา(มูซา)ได้ร้องขอความช่วยเหลือ


9-مِنَ الَّذِينَ فَرَّقُوا دِينَهُمْ وَكَانُوا شِيَعًا كُلُّ حِزْبٍ بِمَا لَدَيْهِمْ فَرِحُونَ (الروم:32)
(คือ)ในหมู่ผู้แบ่งแยกศาสนาของพวกเขาออกเป็นนิกายต่างๆ(ชีอะฮ์) และทุกพรรคก็พอใจต่อสิ่งที่พวกเขามีอยู่


10-وَحِيلَ بَيْنَهُمْ وَبَيْنَ مَا يَشْتَهُونَ كَمَا فُعِلَ بِأَشْيَاعِهِمْ مِنْ قَبْلُ إِنَّهُمْ كَانُوا فِي شَكٍّ مُرِيبٍ (سبأ : 54)
และระหว่างพวกเขากับสิ่งที่พวกเขาต้องการมีสิ่งกีดขวาง ดังเช่นที่ถูกปฏิบัติมาก่อนแล้วกับพรรคพวก(ชีอะฮ์)ของพวกเขา แท้จริงพวกเขานั้นอยู่ในความสงสัย ความสนเท่ห์


11-وَإِنَّ مِنْ شِيعَتِهِ لَإِبْرَاهِيمَ (الصفات : 83)
และแท้จริงจากชีอะฮ์ของเขา(นู๊หฺ) คือ อิบรอฮีม



12-وَلَقَدْ أَهْلَكْنَا أَشْيَاعَكُمْ فَهَلْ مِنْ مُدَّكِرٍ (القمر : 51)


และโดยแน่นอน เราได้ทำลายกลุ่มชน(ชีอะฮ์) เช่นพวกเจ้าแล้วมีผู้ใดบ้างที่รับข้อตักเตือนนั้น


Share me

Digg  Facebook  SlashDot  Delicious  Technorati  Twitter  Google  Yahoo

 

Back to top